งานวิจัยใหม่บอกเราว่า ความตายอาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ความกลัวตายเป็นความรู้สึกร่วมอย่างหนึ่งของมนุษย์ เรากลัวความเจ็บปวดทุกข์ทรมานและกังวลว่าจะต้องเผชิญกับวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างโดดเดี่ยว การคิดถึงความตายทำให้เราหวาดหวั่นพรั่นพรึง แต่การวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Psychological Science เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บอกเราว่า ประสบการณ์ทางอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับการตายที่เกิดขึ้นจริงมีด้านบวกมากกว่าและด้านลบน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดคิดกัน

เคิร์ต เกรย์ (Kurt Gray) ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาจิตวิทยาสังคม แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทคาโรไลน่า หัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า “เมื่อพวกเราจินตนาการถึงอารมณ์ความรู้สึกตอนเข้าใกล้ความตาย ส่วนใหญ่จะคิดถึงความโศกเศร้าและความน่าสะพรึงกลัว แต่จริงๆ แล้ว การตายน่าเศร้าและน่ากลัวน้อยกว่า แต่มีความสุขมากกว่าที่คิด” จากการวิจัยที่สำรวจข้อเขียนของผู้ป่วยระยะสุดท้ายและนักโทษประหาร พบว่า “ในมโนภาพ การตายคือความโดดเดี่ยวและไร้ความหมาย แต่จากข้อเขียนสุดท้ายในบล็อกของผู้ป่วยระยะสุดท้ายและถ้อยคำสุดท้ายของนักโทษประหารกลับเปี่ยมไปด้วยความรัก ความสัมพันธ์ และความหมาย”
เกรย์ได้แรงบันดาลใจในการทำวิจัยจากการอ่านบทความของนักเขียนหนังสือเด็ก เอมี โรเซนธัล ในคอลัมน์โมเดิร์นเลิฟ ที่ตีพิมพ์ใน นิวยอร์กไทมส์ หลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้ว ๑๐ วัน ข้อเขียนของเธอเรื่องการค้นหาคู่ครองให้แก่สามีหลังจากเธอเสียชีวิตแล้วเต็มไปด้วยความรักและอารมณ์ขัน
“ข้อเขียนของเธอกระทบใจมากเพราะช่างคิดบวก เปี่ยมด้วยความรักและความหวัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับคนที่ใกล้ความตาย งานของเราจะแสดงให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่พบได้จริง”
เกรย์และคณะทำงานของเขาเริ่มคิดเรื่องการศึกษาประสบการณ์ทางอารมณ์ของการตายมากขึ้นเมื่อได้อ่านถ้อยคำสุดท้ายของนักโทษประหารในรัฐเท็กซัสที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐรวบรวมไว้ พวกเขาแปลกใจในความร่าเริงแจ่มใสของถ้อยคำเหล่านั้น และสงสัยว่าความรู้สึกของเราต่อเรื่องความตายและการตายอาจดูหม่นมัวเพราะนิสัยหมกมุ่นอยู่กับประสบการณ์ด้านลบของเรามากกว่าความจริงที่เกิดขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth